แนะนำหนังไทย Seasons Change เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย
หนังเรื่องนี้หลายๆคนคงรู้จักกันดีหรือเคยได้ยินชื่อมาก่อน เพราะเรื่องนี้มีฉายในเมืองไทยตั้งแต่เดือนสค.ปีที่แล้ว ชื่อเต็มๆของหนังคือ Seasons Change เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เป็นหนังเกี่ยวกับการเรียนดนตรี ความรัก ความฝัน และชีวิตเด็กๆวัยรุ่นม.4 ในรร.ดนตรี ผลงานการกำกับของ ต้น นิธิวัฒน์ ธราธร หนึ่งในหกผกก.หนังแฟนฉัน และเรื่องนี้เป็นหนึ่งในหนังไทยที่ผมชอบมากที่สุด ในขณะที่หนังแฟนฉันมีจุดเด่นคือการดึงภาพความทรงจำและบรรยากาศสมัยเก่าๆที่ทำให้คนที่ผ่านชีวิตช่วงนั้นนึกถึงความหลังในยุคนนั้น หนัง seasons change มีจุดเด่นคือการใช้ดนตรีทั้งสมัยคลาสสิคและสมัยใหม่มาเป็นตัวโยงเรื่องราวชีวิตของตัวนำแสดงสามคน (อ่ะ หนังเรื่องไหนที่มีตัวเด่นเป็นเลขคี่ มักจะต้องเกี่ยวกับรักสามเส้าทุกทีสิน่า)

ป้อม นักเรียนผู้ตามหาความฝันของตัวเอง
นายป้อม ลูกชายเจ้าของร้านขายของชำเล็กๆ ไปแอบชอบเพื่อนสาวชื่อดาว โรงเรียนเดียวกันสมัยเรียนม.ต้น และไปรู้ว่าสาวคนนี้ตั้งใจจะเรียนดนตรี ที่รร.สาธิตที่ศาลายา เลยพยายามเล่นดนตรีเพื่อสอบเข้าตามสาวที่ตัวเองสนใจ และเครื่องดนตรีที่ป้อมเล่น ก็คือกลอง ในขณะที่ดาวเป็นลูกสาวเศรษฐี เล่นไวโอลิน ภายหลังป้อมสอบเข้าได้ด้วยความช่วยเหลือของครูชาวญี่ปุ่นที่หัวใจเป็นไทย (คนแสดงขำดีๆ)

ดาว สาวน้อยผู้เพรียบพร้อมทั้งฐานะ หน้าตา และความสามารถ
แม้ว่าป้อมจะสอบเข้าได้ แต่ป้อมก็ไม่กล้าบอกพ่อแม่ เพราะพ่อป้อมหวังให้ลูกเรียนหมอแทนที่จะเรียนสาขาที่จบมาหางานยากอย่างดนตรี ทำให้ป้อมต้องขอร้องอ้อม ลูกของหมอประเสริฐเพื่อนสนิทพ่อให้ช่วยปิดความลับเรื่องนี้ อ้อม เป็นสาวเก่งทฤษฏีที่สอบเข้าได้ที่หนึ่ง แต่ไม่เก่งภาคปฏิบัติเล่นดนตรีไม่เก่งเลย แต่ความเป็นคนนิสัยดี เป็นมิตร และใส่ใจคนอื่น เลยทำให้ป้อมสนิทกับอ้อมอย่างรวดเร็ว ป้อมพยายามใช้โอกาสที่เรียนที่เดียวกับดาว เพื่อสนิทกับดาว อย่างการเข้าโครงการเล่นดนตรีซิมโฟนีที่ดาวเป็นมือหนึ่งไวโอลิน โดยรับเล่นกลองแทรมโปน แต่ด้วยความขี้อาย ทำให้ไม่มีโอกาสได้รู้จักกับสาวที่ตัวเองใฝ่ฝันเสียที

อ้อม สุนิสา เอ้ยไม่ใช่ อ้อม ศรันยา สาวนิสัยดี ฉลาด เป็นกันเอง
ในขณะที่อ้อมรู้จักป้อมและเริ่มชอบพระเอก แต่ก็ไม่สามารถแสดงออกได้ อ้อมช่างสังเกตุ อย่างเช่น รู้ว่าป้อมไม่ชอบกินผัก ก็เลี่ยงไม่สั่งผักตอนกินข้าวด้วยกัน และคอยช่วยเหลือแนะนำป้อมมาโดยตลอด แต่เมื่อวันหนึ่งป้อมได้สนิทกับดาวแล้ว อ้อมก็ยอมถอยจากไปเงียบๆ ดาวเองแม้สนิทกับป้อมในภายหลัง แต่กลับไม่รู้เลยว่าป้อมไม่ชอบกินผัก จนกระทั่งมารู้ภายหลังและถามป้อมว่า “ไม่ชอบกินผักทำไมไม่บอก” รายละเอียดเล็กๆน้อยๆแบบนี้ที่ทำให้คนดูรู้ถึงความรู้สึกว่าใครคือคนที่ห่วงใยต่อป้อมจริงๆ

วงซิมโฟนีระหว่างถ่ายรูปหมู่
เนื้อเรื่องดำเนินไปตามการซ้อมแสดงของวงดนตรีซิมโฟนีที่เลือกเพลงเกี่ยวกับฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็น Four seasons ของ Vivaldi และ Weather dance และเพลงฤดูที่แตกต่างของบอย โกสิยพงษ์ ที่ฟังแล้วเพราะมาก ไคลแมกซ์ของเรื่องอยู่ตรงที่พ่อป้อมโกรธมากหลังรู้เรื่องที่ป้อมปิดว่ามาเรียนดนตรี และเมื่อป้อมสมัครทุนตามดาว ไปเรียนที่ฮังการี ผลลัพธ์จะเป็นยังไง พ่อลูกจะเข้าใจกันหรือไม่ ป้อมจะไต่ตามความฝันของคนอื่นไปเรื่อยๆอย่างดาว หรือจะเข้าใจความรู้สึกของคนที่ชอบตนอย่างอ้อม ป้อมจะเลือกใคร คงต้องติดตามจากในหนังเอาเอง

หนึ่งในฉากสวยๆระหว่างป้อมบอกอ้อมเรื่องจะไปทุนเรียนดนตรีที่บูดาเปซ ฮังการี
หนังเรื่องนี้มีรายละเอียดปลีกย่อยหลายเรื่องทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องขำๆของครูญี่ปุ่น และแฟนสาวที่เป็นอ.อำนวยการวงซิมโฟนี เรื่องเพื่อนชายป้อมสองคนที่ชวนป้อมแข่งดนตรีร๊อก เรื่องมีร่มแต่ทำเป็นไม่มีของอ้อม เรื่องอ้อมตอบรับคำชวนของป้อมโดยที่ป้อมยังไม่ทันชวนเสร็จ เรื่องที่ครูญี่ปุ่นตอบคำถามป้อมว่าอยู่เมืองไทยเพราะเหตุผลสั้นๆคำเดียวว่าชอบ รายละเอียดพวกนี้ทำให้ได้แง่คิดที่น่าสนใจหลายๆอันเลยทีเดียว

วงดนตรีร็อก Ass Ho-Le แอ๊สโฮลี่ เพื่อนๆของป้อม
ผมได้ดูหนังเรื่องนี้ครั้งแรกตอนที่น้องเล็ก เปิดให้ดูเมื่อเดือนธค.ปีที่แล้ว และตอนหลังผมเลยฝากน้องกาญจน์ซื้อดีวีดีจากเมืองไทย พอได้มากลับเล่นไม่ได้เพราะติดเรื่อง region code คนละทวีปกัน วันก่อนเพิ่งรู้วิธีก๊อปปี้ดีวีดีและลบโค้ด region ออก เลยมีโอกาสได้ดูอีกครั้ง ดูกับชุดเครื่องเสียง 7 ลำโพงฟังเสียงกลองกระหึ่มจริงๆ ทำให้นึกถึงฉากที่ป้อมตีกลองระหว่างสอบเข้ารร.ที่คณะกรรมการฟังเสียงกลองแล้วลืมตัวโยกตัวตาม ได้ความรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ

ฉากทดลองผสมเสียงเครื่องดนตรีกระทบ ระหว่างกลอง กับกล่องกระเป๋ารถเมล์ที่เอามาเขย่าเลียนแบบอังกะลุง (สะกดยังไงหว่า – ขอบใจนู๋นิลที่ช่วยแก้สะกดให้นะ)
ในเวอร์ชั่นดีวีดี มีฉากที่ถูกลบหลายๆฉากที่น่าสนใจ รวมถึงฉากที่เป็นที่มาของชื่อหนัง “เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย” ด้วย เป็นตอนที่พ่อป้อม และหมอประเสริฐเพื่อนของพ่อคุยกัน พ่อป้อมไม่สบาย เพื่อนหมอเลยเอายามาให้และพูดให้ระวังสุขภาพ เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ก่อนจะไปคุยกันถึงเรื่องสายวิชาเรียนของลูกๆ ว่าลูกอยากเรียนอะไร ก็น่าจะให้เค้าได้เลือกเรียนสิ่งที่เค้าชอบ แม้เราอาจคิดว่าสายวิชานั้นจบแล้วจะหางานยาก หรือไม่เป็นที่นิยม แต่อย่าลืมว่าไม่ว่าจบด้านไหน ทำธุรกิจอะไร ก็มีความเสี่ยงทั้งนั้น คนที่ได้เรียน ได้ทำงานในสิ่งที่ตัวเองชอบ มักจะทำได้ดีที่สุด และมีความสุขกับชีวิตมากกว่า หนังเรื่องนี้ก็มีแง่คิดช่วยให้ผู้ใหญ่พ่อแม่มองเห็นความสำคัญเรื่องนี้ ชีวิตของลูก ก็ควรให้ลูกเป็นผู้ตัดสินใจ พ่อแม่สามารถเป็นที่ปรึกษาที่ดี และช่วยสนับสนุนสิ่งดีๆให้แก่ลูก แม้ว่าเป้าหมายหรือความฝันของลูกอาจไม่ใช่สิ่งเดียวกับความฝันของพ่อแม่เอง
หนังเรื่องนี้จัดว่าเป็นหนังครอบครัวที่ดูได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ทั้งขำ ปนเศร้า ปนสุขสมหวัง และให้แง่คิดหลายๆมุมมอง ทำให้นึกถึงว่าทำไมสมัยเรียนโรงเรียนวัดสุทธิไม่ไปฝึกเล่นดนตรีดุริยางค์กับเค้าบ้างเนี่ย เผื่อจะเล่นดนตรีเป็นกับเค้าบ้าง

plynoi said,
11 เมษายน 2007 @ 5:42 am
ถ้าเป็นพี่
พี่เลือกใครระหว่างอ้อมกับดาว
เหอๆ ผมเลือกไม่ถูก
vara said,
11 เมษายน 2007 @ 9:17 am
wee:
each scene you took, you should also change your bear collection. so we can see every one of your bears. how many? have a dry day!
SweetCorn said,
11 เมษายน 2007 @ 9:45 am
พลายน้อย:
ทั้งสองคนดูเป็นคนนิสัยดีทั้งคู่ แต่พี่ชอบอ้อมมากกว่าดาว ชีวิตดาวคุ้นเคยกับการที่มีคนมารับใช้ ดูแลเอาใจ ดูเป็นคุณหญิงไปหน่อย ในขณะที่อ้อมมีชีวิตชีวา ช่างสังเกตุ เป็นเพื่อนเป็นคนที่อยู่ใกล้แล้วสบายใจ เป็นกันเองมากกว่า
p’Toom,
I have just a few more bears (including your petite bear). Ironically, after I wrote this Seasons chance blog, it snows again!
terrace said,
11 เมษายน 2007 @ 7:53 pm
พระเอกชื่อ ป้อม หรือเปล่าคะ
SweetCorn said,
11 เมษายน 2007 @ 10:41 pm
อืม จำชื่อเล่นพระเอกผิดหรือเนี่ย ขอบคุณที่บอกนะ
terrace said,
12 เมษายน 2007 @ 4:36 am
พรุ่งนี้วันสงกรานต์แล้ว ขอให้คนไทยทุกคนมีความสุข
SweetCorn said,
12 เมษายน 2007 @ 2:14 pm
ขอบคุณครับคุณ terrace
ปู จุฑามาศ พนมนันทวัฒน์ said,
24 พฤศจิกายน 2007 @ 9:47 pm
ออ้มก็น่ารักและดาวก็ยังน่ารักเลือกใครบอกไม่ถูกจิงๆๆ
A26D3