เมื่อน้องไอโฟนป่วย
ใช้ไอโฟนรุ่นแรกมาตั้งแต่ตุลาคมปี 2007 มาจนตอนนี้เกือบปีครึ่ง ทุกอย่างราบรื่นไม่มีปัญหาใหญ่ (เคยต้องรีเซตครั้งสองครั้งแต่เป็นปัญหาที่ซอฟท์แวร์) มาคราวนี้เกิดอุบัติภัยทำไอโฟนตกน้ำ (ขอไม่เล่าว่าตกตรงไหน) ไปได้สองสามวินาที พอคว้าขึ้นมาไม่ทันจะปิดเครื่อง จอก็ดับไปเสียก่อน อืม ข้อเสียของไอโฟนที่ขั้นตอนปิดเครื่องยาก ต้องกดปุ่มปิดค้างไว้หลายวินาที แล้วต้องเลื่อนนิ้วลากปุ่มสไลด์บนจออีก เลยทำให้ปิดไม่ทัน

รูปจาก arstechnica.com
หลังจากที่เช็คให้แห้ง เอาเครื่องเป่าผมมาเป่าสักพักและรอไปคืนนึง รุ่นเช้าก็เปิดไม่ติด เห็นไฟข้างในสว่างๆหลังจอและคราบน้ำในนั้น เลยคิดว่าน้ำข้างในยังคงไม่แห้ง รอไปอีกวัน จะค่อยๆเห็นคราบน้ำหลังจอลดลง ชาร์จไฟกับแท่นเริ่มเห็นสัญลักษณ์แบตหมดใจชื้นว่าอย่างน้อยซอฟท์แวร์ก็ยังทำงาน พอกดปุ่ม home เปิดเครื่องก็เห็นโลโก้แอปเปิ้ล แต่ปรากฏว่ามันโผล่ราวๆห้าวินาทีแล้วเครื่องก็ดับลง อีกสักพักก็ติดขึ้นมาโชว์โลโก้ใหม่ วนไปวนมา เลยรู้ว่าปัญหาคือบู๊ตเครื่องไม่ขึ้น แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ตอนแรกก็นึกว่าถ้าอาการไม่ดีขึ้นสงสัยคราวนี้ต้องซื้อเครื่องใหม่รุ่น 3G แน่
แต่โชคดีที่ยั้งใจไว้ รอต่อไป จนลองเอาสายมาต่อเข้าแลปท้อป ปรากฏว่าหลังจากต่อแล้ว ไอโฟนกลับบู๊ตขึ้นมา และซิงค์กับ iTunes ได้ เห็นแล้วใจชื้นว่าหายแล้วๆ แต่พอถอดสายออกมาใช้ สักพักหลังจากจอปิดอัตโนมัติตอนไม่ได้ใช้ มันก็เปิดไม่ได้ ติดปัญหารีบู๊ตซ้ำๆอีกแล้ว เลยสันนิษฐานว่าปุ่มเปิด/ปิดเครื่องคงค้างข้างใน ทำให้เหมือนเครื่องถูกสั่งให้ปิด/เปิดตลอดเวลา
ในที่สุดก็คิดขึ้นได้ว่าตราบใดที่เครื่องเปิดหลังจากซิงค์กับคอมฯแล้ว ตราบใดที่ไทเมอร์ไม่ปิดจอ เครื่องก็ยังใช้ได้ เลยลองตั้งไทเมอร์ไม่ให้สั่งปิดจออัตโนมัติ เท่านั้นก็ใช้งานได้แล้ว แต่มีข้อเสียก็ตรงที่จอติดตลอดเวลา ต้องระวังอย่าเผลอไปแตะจอ ตอนพกพา และก็เปลืองแบตขึ้นเพราะเปลืองไฟที่จอ แต่ก็ทำให้เครื่องใช้ได้โดยไม่ต้องต่อสายเข้ากับคอมฯ เลยตัดสินใจประคองใช้เครื่องด้วยวิธีนี้ไปก่อน ไว้ไอโฟนรุ่นใหม่ออกมาค่อยซื้อใหม่แล้วกัน
อุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์นี่บอบบางจริงๆ












