On this day I see clearly. Everything has come to life
A bitter place and a broken dream
And we'll leave it all behind
On this day its so real to me. Everything has come to life
Another chance to chase a dream. Another chance to feel
Chance to feel alive

เนื้อหาสงวนลิขสิทธิ์ © 2010 weerasak.com

Archive for กรกฏาคม 2007

ทานข้าวที่ร้านบ้านน้ำเคียงดิน

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ไปทานข้าวเย็นกับที่บ้านที่ร้านบ้านน้ำเคียงดิน ถนนอักษะระหว่างพุทธมลฑลสายสามกับสี่ ร้านนี้เปิดมาเจ็ดปีแล้ว แต่คนก็ยังแน่น ตกแต่งไสตล์ยุโรป

คนต่อแถวรอยาวเลย ร้านนี้วันธรรมดาเปิดห้าโมงเย็น วันศุกร์เสาร์อาทิตย์เปิดตั้งแต่สี่โมงเย็น

มีสระน้ำเลี้ยงหงส์และสนามเลี้ยงกระต่ายให้คนดู มีลานโต๊ะอาหารนอกอาคาร และตึกไสตล์ยุโรปในอาคารสามสี่ตึก ตกแต่งสวยดี และเปิดเพลงเก่าภาษาอังกฤษ บรรยากาศร่มรื่นดี

กระต่ายรู้สึกจะมีสามตัว ตัวเบ้อเริ่มเลย

หงส์ดำก็มี

อาหารเค้าก็สดและก็อร่อยทีเดียว ปลาที่สั่งมาก็สดอร่อย มาดูดีกว่าว่าสั่งอะไรไปบ้าง

ผลไม้ก็แกะสลักสวยงาม สงสัยราคาบวกค่าแกะสลักไว้เยอะ

ที่นี่ดังเรื่องขาหมูเยอรมันแต่ไม่ได้สั่งเพราะเห็นหนังแล้วกลัวไขมันจะสะสม แต่เห็นโต๊ะอื่นสั่งกันเกือบทุกโต๊ะเลย สังเกตุจานขาหมูจะมีมีดเสียบฉึกปักอยู่

บรรยากาศตกแต่งในตึก

นอกอาคารมีลานให้อาหารหงส์ เป็นที่ชื่นชอบของเด็กๆ

เริ่มมืดบรรยากาศยิ่งดี ไม่ร้อน

ใครยังไม่เคยไป ลองไปดูสักครั้ง ถ้าจะไปไปแต่เนิ่นๆจะได้ไม่ต้องคอยนาน ที่นี่ราคาอาหารไม่แพงมาก อร่อยและบรรยากาศดีครับ

ความคิดเห็น (48)

แนะนำหนังสือเกี่ยวกับ Ruby on Rails

กลับมาไทยครั้งนี้ ผมขนหนังสือมาอ่านสองเล่ม เกี่ยวกับภาษารูบี้และเฟรมเวิร์กในการพัฒนาเวบแอ๊ป (ไม่ใช่ แอ๊บแบ๊วนะ) ที่ชื่อว่า Rails (หรือ Ruby on Rails จับภาษารูบี้มาวางบนรางจะได้เลื่อนไปได้คล่องๆ)

Agile Web Development with Rails โดย Dave Thomas กับ David Heinemeier Hansson (หรือใครๆเรียกชื่อย่อเค้าว่า DHH) ก็เป็นผู้สร้าง Ruby on Rails เองมาร่วมกันเขียน

เล่มนี้ต้องเรียกว่าเป็นคัมภีร์ของ Rails ที่คนที่ศึกษาตัวนี้ควรซื้อมาอ่านและใช้อ้างอิง นายเดฟผู้เขียนก็เป็นโปรแกรมเมอร์ที่มีชื่อเสียงทั่วโลก ผู้เขียนหนังสือ Pragmatic Programmer ไสตล์การเขียนแบบเป็นกันเอง อธิบายเนื้อหาเริ่มจากง่ายต่อความเข้าใจจนไปถึงเรื่องที่ซับซ้อนขึ้น เน้นตัวอย่างและอธิบายเพิ่มอย่างละเอียด ได้อ่านเล่มนี้แล้วรู้สึกว่า Rails เป็นเฟรมเวิร์กที่ฉลาดแบบเรียบง่าย ใครที่ไม่ได้ใช้รูบี้หรือ Rails เอง ก็ยังอยากแนะนำให้อ่านเพื่อดูการออกแบบเฟรมเวิร์กดีๆ เผื่อเอาไปใช้เป็นไอเดียประยุกต์ใช้งานที่ใช้ภาษาอื่นพัฒนา เล่มนี้เกือบเจ็ดร้อยหน้า ตอนนี้อ่านไปได้เกือบสี่ร้อยหน้าละ อ่านแล้ววางไม่ลงทีเดียว

ส่วนอีกเล่ม คือ Ajax on Rails โดย Scot Raymond

เล่มนี้นำเทคนิค Ajax มาใช้ร่วมกับ Rails โดยพูดถึงสองไลบรารีหลักที่ใช้ในการทำให้เวบแอ๊ปสวยงามและตอบสนองการใช้งานได้เร็วขึ้น คือ Prototype และ Script.aculo.us (แถมพูดถึง RJS ซึ่งเป็น Ruby to Javascript compiler ด้วย) โดยมีตัวอย่างโปรแกรมพร้อมซอร์สโค้ดให้ศึกษาอีก 3 โปรแกรม คือโปรแกรม Review Quiz, Photo Gallery และ Intranet Workgroup Collaboration เป็นเล่มที่ไม่หนามาก (สามร้อยกว่าหน้า) อ่านง่ายและตัวอย่างประกอบเยอะดี มีรายละเอียดไลบรารีทั้งสองตัวให้อ้างอิงท้ายเล่มด้วย เป็นอีกเล่มที่แนะนำให้อ่านครับ

ความคิดเห็น (3)

ไปเยี่ยมน้องนีน่าที่บ้านเพชรชี่

เมื่อวานแก๊งค์ศิษย์เก่า UIUC นัดทานข้าวกลางวันที่บ้านน้องเพชรชี่ เจ้าบ้านใจดีมากๆสั่งไก่เจ๊กีมาเลี้ยงดูปูเสื่อแขกที่มางาน ธัญกับเพชรก็พาน้องเพียงเธอมาด้วย ส่วนขวัญใจประจำบ้านน้องนีน่าอายุเกือบสองขวบแล้ว น่ารักน่าชัง ทั้งฉลาดและความจำดีอีกต่างหาก อัลบั้มรูปถ่ายทั้งหมดเข้าไปดูได้ด้วยการกดไปที่รูปข้างล่างครับ

เห็นน้องๆมีลูกทีละคนสองคน ตอนนี้เรากลายเป็นลุงไปแล้วหรือเนี่ย เฮ้อ

ความคิดเห็น (2)

ไทยส่งออกมังคุดไปที่สหรัฐได้แล้ว

ได้ยินจากพี่ตุ่มว่าสหรัฐอนุญาติให้ไทยส่งมังคุดไปขายได้แล้วตั้งแต่วันที่ 23 กค.ที่่ผ่านมา นับว่าเป็นข่าวดีสำหรับไทยที่จะได้รายได้เพิ่มจากการส่งออกผลไม้เอกลัษณ์ไทยอีกแบบ และยังเป็นข่าวดีกับคนที่นั่นที่จะได้กินผลไม้อร่อยๆที่หาซื้อไม่ได้นอกจากจะกลับมาไทย ต่อไปคนอเมริกันจะได้รู้จักว่า มะม่วงวัยรุ่น (mangoteen) นั้นหน้าตาเป็นยังไงและรสชาติอร่อยหวานแค่ไหน

น้องรู้ธส่งลิงก์ข่าวจาก San Jose Mercury News ยืนยันข่าวมาให้ อ่านได้ที่ Thailand will be allowed to ship once-forbidden fruit เค้าเรียกผลไม้นี้ว่าเป็นผลไม้ต้องห้ามด้วย

ความคิดเห็น (8)

ขำขันกับคำอวยพรเณรน้อย

ได้อีเมล์จากน้องแนนอ่านแล้วขำดีเลยเอามาฝากครับ

ปกติผมจะตื่นแต่เช้าตรูทุกวันไม่ว่าจะเมามายขนาดไหนผมต้องตื่นก่อนไก่โห่ หลายอาทิตย์ก่อนเป็นวันเกิดหลานสาววัย 14 ก็เลยชวนผมออกมายืนเป็นเพื่อนใส่บาตร ก็ตระเตรียมอาหารแพคสำเร็จรูป เป็นชุดกิ๊ฟเซทสวยงามครบหลักให­่ใจความ

“นิมนต์คับ หลวงพ่อ” ผมเอื้อนเอ่ยนิมนต์หลวงพ่อ หลานสาวก็ใส่บาตร ใส่เสร็จหลานสาวก็จะบอกหลวงพ่อว่า “วันนี้วันเกิดค่ะ” หลวงพ่อก็ให้พร ผมก็นั่งคุกเข่าพนมมือรับพรไปกะหลานด้วย แต่แอบๆนึกในใจ ตรูเกี่ยวไรฟ่ะ?

ประเด็นมาเกิดตอนแพ๊คสุดท้าย หลังจากตักบาตรให้หลวงพ่อซึ่งเดินนำหน้าทิ้งช่วงน้องหลวงเณรไปประมาณ 30 เมตร น้องหลวงเณรวัยสักประมาณ 12-13 ปี เห็นจะได้ ตะแรกก็เดินเลี่ยงเปิดไฟเลี้ยวขวา ทำท่าจะไม่รับบาตร หลานสาวผมก็ “นิมนต์ค่ะ”
หลวงเณรตบไฟเลี้ยวซ้ายเบี่ยงเข้ามาชิดริมฟุตบาท หลานสาวผมก็ตักบาตรกิ๊ฟเซทชุดสุดท้ายเสร็จ พร้อมๆ กับ “วันนี้วันเกิดค่ะขอพรด้วยค่ะหลวงเณรค่ะ”
ผมยืนอยู่ใกล้ๆ สังเกตเห็นสีหน้าน้องหลวงเณร ทำหน้าทำตาแบบบอกบุ­ไม่รับ ดูเหมือนจะมีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นมาที่ใบหน้าเล็กน้อย…..เอ่อ…..
“คือว่าโยม หลวงเณรเองเพิ่งจะบวชได้ไม่กี่วันเองปกติก็จะเดินรับบาตรติดๆ กะอาจารย์ แต่พอดีตะกี้อาจารย์ทิ้งช่วงไปหน่อยหลวงเณรสวดให้พรยังไม่เป็นคับ!
อะ…….อะ…….เอ่อ……เอางี้ละกันเพื่อไม่ให้โยมเสียศรัทธาเอาเท่าที่หลวงเณรจะให้ได้น่ะคับโยม”
“ค่ะหลวงเณร “หลานสาวผมตอบพลางพนมมือไหว้รอรับพร ผมก็ย่อตัวลงพนมมือไหว้รอรับพรเช่นกัน
“แฮปปี้ เบริด์ เดย์ ทู๊ยู แฮปปี้ เบริด์ เดย์ ทู๊ยูแฮปปี้ เบริ๊ดดดด เดย์ แฮปปี้ เบริ๊ดดดด เดย์ แฮปี้ปปปปปปปปป ปี๊เบริด์ เดยย์ ทู๊ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ยู! ”

อ๊ากกกกกกกกกกกกกก…………ผมอุทานในใจพลางอมยิ้มแก้มตุ่ย เหลือบตาไปมองหลานสาว หลานสาวก็อึ้งกิมกี่ ขำกิ๊กๆๆ

ความคิดเห็น (1)

« ดูรายการก่อนหน้านี้