On this day I see clearly. Everything has come to life
A bitter place and a broken dream
And we'll leave it all behind
On this day its so real to me. Everything has come to life
Another chance to chase a dream. Another chance to feel
Chance to feel alive

เนื้อหาสงวนลิขสิทธิ์ © 2010 weerasak.com

Archive for พฤศจิกายน 2006

ซีรียส์ภาพวาดที่ผมชื่นชม (4) Starry Night โดย Vincent van Gogh

หายไปนานสำหรับบทความซีรียส์ภาพวาดที่ผมชื่นชม วันนี้มาอ่านตอนที่สี่กันดีกว่า ภาพวาดที่ผมจะแนะนำวันนี้เป็นหนึ่งในภาพวาดที่ใครๆก็คงจะเคยผ่านหูผ่านตาเคยเห็นกันมาแล้ว แต่จะมีใครรู้บ้างไหมว่าภาพๆนี้เป็นภาพที่วาดโดยจิตรกรอาภัพที่มาดังหลังจากที่เค้าเสียชีวิตไปแล้ว เค้าวาดภาพวิวชานเมือง Arles ที่เค้าเห็นจากหน้าโรงพยาบาลบ้า Saint Remy หนึ่งปีก่อนที่เค้าจะฆ่าตัวตาย! จิตกรผู้นั้นคือศิลปินชาวดัชต์ที่ทุกคนคงได้ยินชื่อผ่านหูผ่านตานายวินเซนต์ แวน โก๊ะ ผู้ที่มีความอัจฉริยะหรือป่วยโรคจิตที่มีเส้นบางๆกั้นอยู่


รูป Starry Night จากเวป wikipedia.org

ภาพวาด Starry Night เป็นภาพวาดที่แสดงทิวทัศน์ยามค่ำคืนของชนบท ท่ามกลางก้อนเมฆ หมู่ดาว และดวงจันทร์ที่ถูกวาดให้เด่นสว่างเกินความเป็นจริง บนท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้ม (สีที่แวนโก๊ะนิยมวาดเป็นแบ๊คกราวนด์ในหลายๆภาพวาดเค้า) และมีต้น Cypress โบกสะบัดอยู่ที่ด้านหน้าซ้ายมือของภาพ การจัด composition ของภาพมีตำแหน่งต้นไม้และระดับภูเขาเป็นไปตามกฏ one-thirds ภาพของแวนโก๊ะมีเอกลักษณ์อยู่ที่การเลือกใช้โทนสี และการใช้พู่กันตวัดแต้มสีเป็นเส้นๆทั้งเส้นตรงและเส้นโค้ง ที่ทำให้ผลลัพธ์ของภาพวาดมีความลึกลับ มีพลัง และสะท้อนอารมณ์แปรปรวน ทำให้คนดูหวนนึกว่าตอนนั้นจิตรกรผู้นี้กำลังคิดอะไรอยู่ในใจ เค้ากำลังหดหู่ ท้อแท้ สิ้นหวังกับชีวิตเศร้าๆของเค้า


ภาพวาดเสมือนของตัวเอง แวนโก๊ะวาดเมื่อปี 1887 ตอนที่เค้าอายุ 34 ปี

แวนโก๊ะเกิดเมื่อปี 1853 ในหมู่บ้านเล็กๆทางตอนใต้เมืองเนเธอร์แลนด์ ในครอบครัวบาทหลวง เค้าเริ่มต้นอาชีพจากการเป็น art dealer ทำให้เค้ามีความสนใจในเรื่องศิลปะ ในหนังสือประวัติเล่มที่ผมอ่านเค้าวิเคราะห์จุดหันเหของชีวิตแวนโก๊ะ เกิดจากความผิดหวังเรื่องความรักกับลูกสาวเจ้าของบ้านที่เค้าพักอยู่ ทำให้เค้ามีอาการประสาท คลุ้มคลั่ง จนต้องลาออกจากงาน หันเหชีวิตมาพึ่งศาสนา พยายามทำงานในโบสถ์ ได้มีโอกาสหัดวาดภาพ และในที่สุดตัดสินใจที่จะเป็นจิตรกร ภาพวาดสมัยแรกๆได้แก่รูป The potato eaters โดยวาดภาพส่งไปให้น้องชายที่เป็น art dealer ชื่อ Theo และจากจดหมายติดต่อกับน้องชาย ทำให้เราได้เรียนรู้ชีวิต เรื่องราวของแวนโก๊ะ และความคิดเค้าต่อศิลปะช่วงที่ Impressionism กำลังเป็นที่นิยมในยุคนั้น

ที่ผ่านมาแวนโก๊ะใช้ชีวิตอยู่ในชนบท ห่างไกลจากกรุงปารีส เมืองหลวงของศิลปะยุโรปในยุคนั้น จนกระทั่งเค้าได้มีโอกาสมาพักกับธีโอน้องชาย เมื่อตอนอายุ 33 ปี ทำให้เค้าไม่ได้มีโอกาสได้รู้จักศิลปินดังๆในยุคนั้น ไม่ว่าจะเป็น Bernard, Toulouse-Lautrec และได้เห็นผลงานของศิลปินดังอย่าง Cezanne อย่างไรก็ตามแวนโก๊ะ กลับไม่ชื่นชอบภาพวาดแนว Impressionism ที่ทำให้ศิลปินอย่างโมเน่ต์ มาเน่ต์ เรนัวร์กลายเป็นศิลปินดัง แวนโก๊ะกลับนิยมไสตล์การวาดแบบ Pointilism ที่จอร์จ สิวรัต (George Seurat) ที่ใช้เทคนิคการแต้มสีเป็นจุดๆหลายๆสีขึ้นมาเป็นภาพ กับภาพวาดธรรมชาติของจิตรกรญี่ปุ่นฮิโรซากิ ทำให้แวนโก๊ะผสมผสานการใช้สีแบบ complement colors อย่างส้ม น้ำเงิน และแต้มสีเป็นลายทางแทนจุด เกิดเป็นไสตล์ใหม่ที่กลายเป็นไสตล์ที่มีเรียกกันว่า Expressionism ในภายหลัง

เนื่องจากปัญหาทางจิตของแวนโก๊ะ ทำให้เค้ามีปัญหาในการเข้าสังคม ชีวิตส่วนใหญ่เค้าจะเก็บตัว ไม่คบหาผู้คน ยิ่งเมื่อน้องชายธีโอแต่งงาน ทำให้แวนโก๊ะยิ่งมีอาการคลุ้มคลั่งบ่อยครั้งขึ้น ช่วงที่เค้าพักอยู่กับศิลปินดังอีกคน คือ Paul Gauguin ก็เกิดปัญหาทะเลาะกัน จนทำให้พอลต้องย้ายออก และแวนโก๊ะคลุ้มคลั่งจนตัดติ่งหูตัวเอง

ชีวิตของแวนโก๊ะ ดิ่งลงไปเรื่อยๆ ด้วยอาการทางประสาท และผลงานภาพวาดที่ไม่เป็นที่ยอมรับในสังคมยุคนั้น จนกระทั่งเค้าอาสาที่จะเข้ารับรักษาตัวที่โรงพยาบาลประสาทที่ Saint Remy และภายหลังที่ Auvers-sur-Oise ภายใต้การดูแลของดร. กาเชทท์ (Gachet) โดยแวนโก๊ะใช้เวลาส่วนใหญ่ในการวาดภาพคน (ภาพวาดดร. กาเชทท์ กลายเป็นหนึ่งในภาพวาดที่มีมูลค่าแพงที่สุดในโลก) ทิวทัศน์ชนบท แจกันดอกไม้ (อย่างรูปดอกทานตะวัน)

ในภายหลังวินโก๊ะรู้ตัวว่าธีโอ มีปัญหาเรื่องการเงิน และต้องรับภาระค่าใช้จ่ายของแวนโก๊ะในระหว่างที่รักษาตัวที่โรงพยาบาล ทำให้แวนโก๊ะคลุ้มคลั่ง และตัดสินใจจบชีวิตด้วยการยิงตัวเองที่ฟาร์ม และเดินกลับมานอนที่เตียงนอนก่อนที่จะเสียชีวิตในสองวันต่อมา เมื่อเค้าอายุเพียง 37 ปี ข่าวการเสียชีวิตของแวนโก๊ะ ทำให้ธีโอ เสียใจมากและคลุ้มคลั่งจนกระทั่งเสียชีวิตตามในหกเดือนต่อมา

เค้าเล่ากันว่า ระหว่างที่แวนโก๊ะมีชีวิตอยู่ เค้าขายภาพวาดได้เพียงภาพเดียว แต่ภายหลังที่เค้าเสียชีวิตไปแล้ว ภาพวาดของเค้ากลับมีมูลค่าสูงมาก จนปัจจุบันภาพวาดของแวนโก๊ะ มีมูลค่าการประมูลติดอันดับแพงที่สุดในโลกถึงหลายอันดับที่เดียว อาจเป็นเพราะประวัติชีวิตรันทดบวกกับไสตล์การวาดภาพที่ไม่เหมือนใคร จึงทำให้ผู้คนต่างอยากเห็นและสะสมผลงานของจิตกรผู้นี้ ปัจจุบันผลงานดังๆของแวนโก๊ะตั้งแสดงอยู่ตามพิพิธภัณฑ์ทั่วโลกรวมทั้งเก็บอยู่ในคอลเลกชั่นส่วนตัวของนักสะสมผลงานศิลปะ รวมทั้งพิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะที่กรุงอัมเตอร์ดัม ส่วนคนที่สนใจดูภาพวาด Starry Night ด้วยตาตัวเอง คงต้องไปดูที่ Museum of Modern Art (MoMa) ที่เมืองนิวยอร์ก ซิตี้ครับ

แหล่งที่มาดูเพิ่มเติมได้จาก The Vincent Van Gogh Gallery, Wikipedia.org และ หนังสือภาพ Van Gogh โดย Frank Milner

ความคิดเห็น (8)

ร้าน TGI Friday

เอารูปบรรยากาศร้าน TGI Friday (ย่อมาจาก Thank God It’s Friday) มาให้ดูกัน

หน้าร้าน ตัวร้านตั้งอยู่บนถนน Neil

สโลแกนร้านนี้คือ In Here, It’s Always Friday

บรรยากาศตกแต่งมีต้นคริสมาสประดับด้วย

ตกแต่งไสตล์สปอร์ตบาร์ ดูสบายๆ

สั่งจานกองกลางเป็น sampler หลายๆอย่าง จานนี้ $12 แต่ได้คูปองลด $8 มีซี่โครง ชิกเก่นวิง และก็กุ้งชุบแป้งทอด อร่อยดี

อ่านเนื้อหาส่วนที่เหลือ »

ความคิดเห็น (3)

รูปจากอาหารเย็นร้าน TGI Friday


ขอบคุณน้องๆที่มาทานข้าวด้วยกัน อัลบั้มนี้มี 133 รูปครับ

ความคิดเห็น

วันครบรอบวันเกิดอีกปี

วันนี้ก็แก่ไปอีกปี ปกติผมไม่ค่อยอยากมีกิจกรรมพิเศษอะไรในวันนี้ อยากให้เป็นวันเงียบๆที่ไว้สำหรับคิดทบทวนถึงเหตุการณ์ต่างๆในอดีต กับวางแผนอนาคตข้างหน้า วันนี้อากาศดีกำลังเย็นสบาย เช้าไปรับน้องปอจากสนามบิน ใส่เสื้อใหม่ที่ซื้อมาจากเทศกาลลดราคาอาทิตย์ที่แล้ว แล้วค่อยเข้าออฟฟิศมาเตรียมเดโมโปรแกรมที่พัฒนา ให้กับ Provost (น่าจะแปลชื่อตำแหน่งว่ารองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ) ของมหาลัยที่มาเยี่ยมชมแล๊ปตอนบ่าย อ่านบทความเล็กๆน้อยๆ แล้วก็อีเมล์เรื่องงานที่สมัคร (เห็นเค้าจะสมัครวีซ่า O-1 ให้) แล้วก็เดี๋ยวจะออกไปทานข้าวเย็นกับน้องๆกะว่าจะไปทานร้าน TGI Friday ค้นคูปองออนไลน์เจอฟรี appetizier และกะเลยไปอ่านหนังสือเท็กซ์ที่เพิ่งซื้อมาที่ร้านหนังสือไม่ก็ร้านกาแฟในเมือง

ขอขอบคุณน้องๆเพื่อนๆที่ทักทายยังจำวันเกิดกันได้ และเพื่อนๆที่อวยพรผ่าน narisa.com ขอบคุณป้าวรรณที่ซื้อเค้กเซอร์ไพรส์มาให้ในงานปาร์ตี้ thanksgiving เมื่อวันเสาร์ด้วย ขอบคุณมากๆครับ

ความคิดเห็น (2)

กิจกรรมวันเสาร์สัปดาห์ thanksgiving


ทานข้าวที่ร้านราชวงศ์ถัง 97 รูป


อ่านหนังสือ ดื่มกาแฟที่ร้านทุ่งสตรอเบอรรี่ 33 รูป


ปาร์ตี้ thanksgiving กับคาราโอเกะบ้านป้าวรรณ 271 รูป ขอบคุณทุกคนที่มาร่วมงานนะ

ความคิดเห็น (2)

« ดูรายการก่อนหน้านี้