On this day I see clearly. Everything has come to life
A bitter place and a broken dream
And we'll leave it all behind
On this day its so real to me. Everything has come to life
Another chance to chase a dream. Another chance to feel
Chance to feel alive

เนื้อหาสงวนลิขสิทธิ์ © 2015-2013 weerasak.com

Archive for ธุรกิจบริหารจัดการ

ธุรกิจรถให้เช่ารายชั่วโมง

เดือนหน้าผมจะไปสัมนาที่ซานฟรานซิสโกสามวันแล้วจะถือโอกาสลาพักร้อนเที่ยวเมืองซานฟรานไปด้วยหลังจากที่ไม่ได้ไปซา่นฟรานมาหลายปีแล้ว

ปกติเวลาเป็นนักท่องเที่ยวเมืองอื่น ปัญหาหลักที่พบก็คือเรื่องการเดินทาง ถ้าไม่เช่ารถ ก็ต้องนั่งรถไฟฟ้า รถเมล์ รถแท๊กซี่เอา ซึ่งบางทีก็ไม่สะดวกเพราะถ้าเช่ารถก็มักจะมีปัญหาหาที่จอดรถข้ามคืน โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่ค่าจอดรถข้ามคืนแพงมากหลายสิบเหรียญ แต่ถ้านั่งระบบขนส่งมวลชน ก็จะไปได้เท่าที่เค้ามีจุดรับส่งให้ และที่สำคัญไปกว่านั้น ในฐานะนักท่องเที่ยวเราไม่จำเป็นต้องใช้รถเดินทางตลอดเวลา แค่อยากไปในจุดที่นั่งรถไฟฟ้า/รถเมล์ไปไม่ถึงเท่านั้นเอง

กลับมานึกได้ว่าที่บริษัทที่ำทำงานเค้ามีดีลกับบริษัทให้เช่ารถรายชั่วโมง ZipCar ที่เราสามารถจองและไปเอารถที่เค้าจอดตามที่จอดรถจุดต่างๆทั่วเมือง ทำให้เราสามารถเช่ารถระยะสั้นได้จากที่จอดรถใกล้ๆที่เราพัก โดยจะเช่าเป็นรายชั่วโมง หรือรายวันก็ได้ ค่าเช่ารวมค่าประกันรถ ค่าน้ำมัน และระยะทางไม่เกิน 180 ไมล์เรียบร้อยแล้ว นับว่าสะดวกมากๆ แถมเจ้านี้เค้ามีรถให้เลือกเช่าหลายยี่ห้อและเป็นรุ่นที่ไม่โหลเหมือนบริษัทให้เช่ารถยี่ห้ออื่น ราคาต่อชั่วโมงแตกต่างกัน วางแผนไว้ว่าจะเช่า Mini Cooper และก็ BMW 328 มาขับบนไฮเวย์เรียบฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกเสียหน่อย ค่าเช่าอยู่ระหว่างชั่วโมงละ $12-$14 ซึ่งก็ไม่แพงมากถ้าเช่าสักสองชั่วโมง ส่วนถ้าเป็นรถรุ่นอื่นอย่างซีวิก โตโยต้าแมทริกซ์ ไซออน ซูบารุ นิสสันก็ถูกลงมาหน่อย อีกรุ่นที่น่าลองเช่าก็คือวอลโว่ S40 การจองรถก็ทำผ่านเวบหรือผ่านไอโฟนได้ ข้อเสียที่คิดตอนนี้คือ เวลาคืนรถต้องคืนที่ๆเดิมกับตอนเช่า เลยไม่ค่อยเหมาะสำหรับเช่าไปเที่ยวที่ต้องแวะนานๆ

รูปจาก zipcar.com

มินิคูเปอร์คันนี้ชื่อว่า Mckeane ค่าเช่าชั่วโมงละ $12 วันธรรมดา หรือ $12.50 เสาร์อาทิตย์


BMW 328 คันนี้ค่าเช่าแพงขึ้นสองเหรียญเป็น $14 วันธรรมดา หรือ $14.50 เสาร์อาิทิตย์

ปกติเป็นสมาชิกต้องเสียค่าธรรมเนียมรายปี $50 และค่าสมัครแรกเข้า $25 แต่ดีลของบริษัททำให้ไม่ต้องเสียทั้งสองอย่าง เสียเพียงแค่ค่าเช่าขับจริง ไว้ถ้าได้ไปเมื่อไรจะถ่ายรูปมาฝากกันอีกที มีใครแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในซานฟรานที่ไม่ควรพลาดบ้างไหมครับ

ป.ล. กรุงเทพจะเหมาะกับธุรกิจแบบนี้ไหมนะ

ความคิดเห็น (2)

สไลด์จากงานพูดที่ Narisa Tech Talk 7

ผ่านไปด้วยดีกับงาน Narisa Tech Talk 7 เมื่อวานที่บ.ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ต้องขอขอบคุณแม่งานคุณฟูเกียรติและสปอนเซอร์สถานที่ อาหาร ของว่าง ของขวัญ และทุกคนที่มาร่วมงาน งานสนุก เป็นกันเอง และได้ความรู้มากๆเลยครับ ได้เห็นหัวข้อหลายอันที่น่าสนใจที่ไม่ต้องเสียเวลาไปศึกษาเอง และได้เจอเพื่อนๆพี่ๆน้องๆทั้งหน้าเก่าที่ไม่ได้เจอกันมานาน และหน้าใหม่ที่มาร่วมกิจกรรมกัน หวังว่าจะได้มีโอกาสร่วมงานอีกในครั้งหน้าตอนกลับเมืองไทย

สำหรับสไลด์ที่บรรยายหัวข้อ Agile Software Development in Practice – A Developer Perspective สามารถเข้าไปดาวน์โหลดหรือดูออนไลน์ได้จากที่ http://www.slideshare.net/weerasak/agile-software-development-in-practice-a-developer-perspective ครับ

ดีใจที่ได้เห็นคนไทยกระตือรือล้น สนใจเรื่องเทคโนโลยี ที่เสียสละเวลาวันหยุดส่วนตัว มาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้กัน เทคนิค/เทคโนโลยีเดี๋ยวนี้อยู่ที่ไหนก็สามารถหาข้อมูลได้ แต่ความคิด ความตั้งใจและทัศนะคติของคน จะเป็นปัจจัยสำคัญที่สามารถผลักดันวงการไอทีเราให้สามารถก้าวกระโดดไปข้างหน้าได้

ความคิดเห็น (1)

ทฤษฏี Chaos กับเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก

ผมได้ยินคำว่า subprime mortgage เมื่อสองปีที่แล้วตอนกลับไปเมืองไทย แล้วพี่สาวให้ช่วยแปลอีเมล์เกี่ยวกับเรื่องนี้ ตอนนั้นก็คิดว่าปัญหา subprime ในสหรัฐฯจะส่งผลมาถึงเมืองไทยหรือประเทศอื่นๆได้ขนาดไหน แต่ผมลืมนึกถึงทฤษฎีเคออส หรือ butterfly effect ที่กล่าวว่าการเปลียนแปลงเพียงเล็กน้อยของสถานการณ์เริ่มต้นใดๆ อาจส่งผลกระทบรุนแรงกับระบบพลวัตรที่ขึ้นอยู่กับมัน

ปัจจุบันเราอยู่ในโลกโลกาภิวัฒน์ที่ทุกอย่างเชื่อมต่อเกี่ยวเนื่องกันโดยที่เราคาดไม่ถึง ปัญหา subprime ที่เกิดจากการที่ธนาคารในสหรัฐปล่อยสินเชื่อให้คนกู้เงินซื้อบ้านโดยไม่ตรวจเช็คหลักฐานและความสามารถในการผ่อนของลูกค้า ที่ส่วนใหญ่ซื้อเพื่อเก็งกำไร หรือซื้อบ้านใหญ่เกินกำลังผ่อน จนทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์สหรัฐพังลงในช่วงปีที่แล้ว เมื่ออุปสงค์ต่ำกว่าอุปทาน ฟองสบู่บ้านแตก ดึงให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องตกลงไปด้วย

แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่อุตสาหกรรมนี้ เพราะหนึ่งในผู้รับผลกระทบคือธนาคารและสถาบันการเงินที่ปล่อยสินเชื่อและค้ำประกันสินเชื่อ เมื่อสถาบันการเงินที่เป็นเหมือนหัวใจของเศรษฐกิจขาดทุนและเข้มงวดต่อการให้สินเชื่อ เลยทำให้ธุรกิจด้านอื่นๆขาดสภาพคล่อง ต้องรัดเข็มขัด ปลดพนักงาน จนทำให้ผู้บริโภคลดการใช้จ่าย เพราะกลัวว่าถ้าตกงานจะไม่มีเงินสำรอง เลยทำให้สินค้าขายไม่ดี บริษัทก็ยิ่งปลดพนักงานลง กลายเป็นวงจรอุบาทว์ (vicious cycle) ไป

ช่วงสามเดือนที่ผาน เศรษฐกิจหดตัวของสหรัฐ ส่งผลกระทบไปทั่วโลก เพราะสหรัฐเป็นหนึ่งในผู้บริโภคใหญ่ของประเทศอื่น ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจรถยนต์จากญี่ปุ่น ธุรกิจเกษตรกรรมของเอเชีย ธุรกิจสินค้าทั่วไปจากจีน ธุรกิจการเงินในยุโรป ธุรกิจน้ำมันในประเทศอาหรับ ใครจะไปคิดว่าแบงค์ในไอซ์แลนด์จะถูกปิดเพราะปัญหาที่เกิดจาก subprime ในสหรัฐ ยังไม่รวมไปถึงตลาดหุ้นที่ถูกกระทบไปทั่วโลก

ผู้ว่าแบงค์ชาติสหรัฐเบอแนนกี้เคยพูดว่าปัญหาครั้งนี้ไม่ใช่ปัญหาเงินขาดตลาด แต่เป็นปัญหาจิตวิทยา เมื่อคนเกิดความกลัว จนทำให้เกิดปัญหาสภาพคล่อง ธนาคารไม่ยอมปล่อยเงินกู้ข้ามธนาคาร เพราะกลัวไม่ได้เงินคืนถ้าธนาคารอื่นล้ม หรือไม่ยอมปล่อยเงินกู้ให้ลูกค้า เพราะกลัวความเสี่ยงไม่ได้เงินคืน วิธีการแก้ปัญหาจึงอยู่ที่การสร้างความมั่นใจทางเศรษฐกิจให้กลับมาอีกครั้ง แต่จะทำยังไงล่ะ เมื่อคราวนี้ปัญหาลามไปทั่วโลก รัฐบาลประเทศใดประเทศหนึ่งไม่สามารถแก้ปัญหาของตนได้ ถ้าทุกประเทศไม่ร่วมมือกัน แต่ใครล่ะที่จะช่วยประสานงานในระดับมหภาคโลกได้ ธนาคารโลก หรือ IMF?

ในสหรัฐช่วงนี้มีการปลดพนักงานเยอะมาก อาทิตย์ที่แล้วอาทิตย์เดียวมีการประกาศปลดพนักงานเกินกว่าหนึ่งแสนคน เพราะความ “กลัว” ที่ธุรกิจปีนี้จะทรุดไปกว่าปีที่แล้ว นี่จะกลายเป็นปัญหาผลกระทบของการกระพือปีกของผีเสื้ออีกรอบ และจะส่งผลกระทบไปขนาดไหน เมื่อไรเศรษฐกิจโลกจะย้อนกลับมาอยู่ในทางบวกอีกครั้ง และเมื่อเหตุการณ์นี้ผ่านไป เราจะมีมาตรการอย่างไรที่จะไม่ให้มันเกิดขึ้นซ้ำอีก คงเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆต้องขบคิดและดำเนินมาตรการให้รอบคอบ

ในฐานะผู้บริโภคอย่างเรา คงต้องทบทวนแผนการใช้จ่ายเงิน ไม่ควรหยุดใช้จ่ายเพราะจะทำให้เกิดปัญหาเศรษฐกิจตึงตัว ควรใช้จ่ายในสิ่งจำเป็นและสิ่งที่ควรเพื่อช่วยให้เงินหมุนเวียน แต่ไม่ควรใช้จ่ายเงินเกินตัว จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา

เมื่อไรนะที่วงจรอุบาทว์รอบนี้จะจบลง

ความคิดเห็น

12 คำที่มีอิทธิพลสูงสุดต่อความรู้สึกคนฟัง

ได้อ่านบทความ Being a Gifted Speaker isn’t a Gift เขียนโดย Frances Cole Jones คนเขียนหนังสือ How to Wow – Proven Strategies for Presenting Your Ideas, Persuading Your Audiences, Perfecting Your Image เค้าเขียนไว้ว่าสิ่งที่เราพูดให้คนอื่นฟัง คนฟังจะจำได้เพียง 7% เท่านั้น ดังนั้นการพูดควรจะต้องเน้นจุดหลักๆและการเลือกคำก็มีความสำคัญที่จะทำให้คนฟังตั้งใจฟังและจำสิ่งที่คนพูดต้องการจะสื่อได้มากที่สุด

ผลการวิจัยคำที่มีอิทธิพลต่อความรู้สึกคนฟังสูงสุด คือ คำว่า “คุณ” (You) เพราะเป็นคำที่ฟังแล้วทำให้รู้สึกว่าคนพูดเน้นถึงเรา สามัญสำนึกคนมักจะสนใจเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรา ส่วน 11 อันดับรองลงมา มีคำว่า เงิน money, ประหยัด save, ใหม่ new, ผลลัพธ์ results, สุขภาพ health, ง่าย easy, ปลอดภัย safety, รัก love, การค้นพบ discovery, พิสูจน์แล้ว proven, และ รับประกัน guarantee ตามลำดับ

ดังนั้นจึงไม่แปลกที่นักพูดเก่งๆ รวมไปถึงพ่อครัวรายการทีวี iron chef ที่ทำอาหารไป บรรยายความน่ากินของอาหารจนทำให้คนดูหิวไปด้วย หรืออย่างคนขายของรายการ infomercial ในทีวี หรือปราศัยของนักการเมือง มักจะเน้นคำนี้ เพื่อจูงใจให้คนฟังจำข้อความที่เค้าต้องการสื่อ

ในแง่ของเรา เราสามารถไปประยุกต์เลือกคำเหล่านี้ในการพูด หรือใส่ไว้ในสไลด์ตอนพรีเซนต์งาน เพื่อเพิ่งประสิทธิผลในการสื่อให้คนฟังจำได้มากขึ้น

นอกจากคำพูดที่มีผลต่อคนฟังเพียง 7% แล้ว ส่วนสำคัญของการนำเสนอ อยู่ที่ภาษากายในขณะพูด 55% และคุณภาพน้ำหนักเสียง 38% ลักษณะการพูด ความเชื่อมั่น ท่าทาง มีผลสำคัญกว่าเนื้อหาที่พูดเสียอีก เค้าวิจัยมาว่าการเป็นนักพูดไม่ได้เป็นมาตั้งแต่กำเนิด แต่เกิดจากการฝึกฝน ดังนั้น “รับประกัน”ว่า “คุณ” สามารถเป็นนักพูดที่เก่งได้ ถ้าตั้งใจศึกษา และฝึกฝนแล้วจะเห็น”ผลลัพธ์”ที่”พิสูจน์”แล้ว จริงๆนะ

ความคิดเห็น

ผลกระทบจาก subprime สหรัฐไปไกลถึงตลาดหุ้นและเศรษฐกิจทั่วโลก

เมื่อปีที่แล้วเราคงได้ยินข่าวเรื่องปัญหาเงินกู้ซื้อบ้านสำหรับผู้กู้ที่มีเครดิตต่ำ ทำให้เกิดปัญหาตลาดบ้านในสหรัฐตกต่ำ และหลังจากนั้นไม่กี่เดือน ข่าวนี้ก็เงียบไป

ปรากฏว่าคลื่นใต้น้ำลูกนี้ สะสมความเร็วและพลังจนกระทั่งรุนแรงดั่งพายุ โหมกระทบตลาดการเงิน ตลาดหลักทรัพย์ และธุรกิจที่ขาดสภาพคล่องจากภาวะเงินตึง ธนาคารไม่กล้าปล่อยกู้ หรือให้ยืมข้ามธนาคาร เพราะกลัวบริษัทลูกหนี้ล้ม อย่างข่าวบ.ใหญ่ๆไม่ว่าสถาบันการเงิน หรือบริษัทประกันที่มีอายุกว่าร้อยปี ล้มถล่มทลายอย่างคาดไม่ถึง ผู้บริโภคไม่สามารถกู้เงินซื้อบ้าน รถ ก็ยิ่งทำให้ตลาดบ้านตกทรุด รถยอดขายตก บริษัทผลิตรถต้องปลดพนักงาน ทำให้คนตกงาน ไม่มีเงินจ่ายเงินกู้บ้าน เมื่อทุกคนยิ่งกลัว ยิ่งไม่กล้าใช้เงิน เงินก็ยิ่งตึง กลายเป็นปัญหาลูกโซ่ต่อเนื่องที่ยังไม่เห็นวี่แววว่าจุดตกต่ำสุดจะอยู่ที่ไหน

เมื่อไรจะเห็นแสงส่องทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจเนี่ย

รูปในถ้ำที่ Antelope slot canyon รัฐอริโซน่า ถ่ายเมื่อเดือนมิย.ปีที่แล้ว

ใครจะไปคิดว่าปัญหาเศรษฐกิจสหรัฐกระทบไปที่ประเทศอื่นๆอย่างรุนแรง สถาบันใหญ่ๆในยุโรปล้ม จนธนาคารกลางและรัฐบาลของแต่ละภูมิภาคต้องประกาศนโยบายสร้างความมั่นใจ และปล่อยเงินหมุนเวียนเข้ามาในระบบเป็นจำนวนมหาศาล ประเทศที่พึ่งการส่งออกไปยังสหรัฐก็กระทบกันถ้วนหน้า ญี่ปุ่นที่ขายรถยนต์ที่เคยขายดีอย่างโตโยต้า ปรากฏว่ายอดขายในสหรัฐตกลง 30% อย่างที่ไม่มีเคยคิดว่าจะเป็นไปได้

โลกโลภาภิวัฒน์ที่ทุกอย่างเชื่อมโยงกันหมด บางทีก็กลายเป็นจุดอ่อนที่กระทบทุกคนภายในพริบตา

ความคิดเห็น (2)

« ดูรายการก่อนหน้านี้